★ BEST PRACTICE

ด้านบริหารงานวิชาการ

ชื่อผลงาน การพัฒนาคุณภาพการศึกษาเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (O-NET)
ชื่อเจ้าของผลงาน  กลุ่มบริหารงานวิชาการ โรงเรียนห้วยกรดวิทยา

ความสำคัญและความเป็นมา
              รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550  ได้กำหนดให้รัฐต้องจัดการศึกษาและส่งเสริม 
สนับสนุนให้หน่วยงาน เอกชนจัดการศึกษา และกำหนดให้มีกฎหมายเกี่ยวกับการศึกษาแห่งชาติ โดยกำหนดให้จัด
การศึกษาให้บุคคลมีสิทธิ  โอกาส และเสมอภาคในการรับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่าสิบสองปีที่รัฐต้องจัดให้
อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพไม่เก็บค่าใช้จ่าย  และพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542. และที่แก้ไขเพิ่มเติม 
(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 มาตรา 10 “การจัดการศึกษา ต้องจัดให้บุคคลมีสิทธิและโอกาสเสมอภาคกันในการได้รับ
การศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่าสิบสองปีที่รัฐต้องจัดให้อย่างถั่วถึง และมีคุณภาพ โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย” จาก
บทบัญญัติดังกล่าว จึงเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของรัฐที่จะต้องจัดให้เด็กไทยทุกคนได้เข้าเรียนอย่างทั่วถึง และมี
คุณภาพ เป็นการสร้างความเสมอภาคด้านโอกาส และคุณภาพการศึกษาให้เด็กและเยาวชนไทย  ผลสัมฤทธิ์ทางการ
เรียน  5 กลุ่มสาระหลัก ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน  พุทธศักราช 2551 ของนักเรียนมีคะแนนระดับดี
ขึ้นไปไม่ถึงร้อยละ 60 ของนักเรียนทั้งหมด  สืบเนื่องจากงานวิชาการนับเป็นหัวใจของการจัดการศึกษาในโรงเรียน 
มีหน้าที่จัดหาแหล่งค้นคว้า เพื่อให้ความรู้  แนวปฏิบัติในด้านงานวิชาการและด้านการเรียนการสอนของโรงเรียน 
 ประมวลเอกสารวิชาการ  ด้านการพัฒนาหลักสูตร  คู่มือครูด้านต่าง ๆ  รวมทั้งการวัดและการประเมินผล  จากการ
สำรวจสภาพสภาพปัญหาปัจจุบัน  พบว่า งานวิชาการของโรงเรียนห้วยกรดวิทยา ยังมีข้อที่ต้องปรับปรุงพัฒนางานอยู่
หลายด้าน  เช่น  ผลการประเมินคุณภาพระดับชาติ (O- Net) อยู่ในระดับต่ำ ครูไม่ทำวิจัยในระดับชั้นเรียน  
เครื่องมือวัดและประเมินผลไม่มีคุณภาพ  นักเรียนไม่ตั้งใจเรียน เป็นต้น 

วัตถุประสงค์
                1.  เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้หลัก 5 กลุ่มสาระให้สูงขึ้น
                2.  เพื่อพัฒนาครูให้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับปัญหาที่เกิดขึ้น

หลักการและแนวคิดกระบวนการผลิตงานหรือขั้นตอนการดำเนินงาน (วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ)
     1.  ประชุมครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อกำหนดกิจกรรม  ได้ 2  กิจกรรม ดังนี้
          1.1  กิจกรรมยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทุกระดับชั้น
          1.2  กิจกรรมพัฒนาผลการสอบระดับชาติ (O-Net)
     2.  จัดประชุมกลุ่มใหญ่เพื่อกำหนดขั้นตอนการปฏิบัติงานโดยจำแนกกิจกรรม ดังนี้
          2.1 ครูผู้สอนวิเคราะห์ ตรวจสอบ และติดตามนักเรียน ทุกช่วงระยะเวลา
          2.2 คัดกรองนักเรียน เพื่อค้นหานักเรียนที่ต้องการความช่วยเหลือ  จัดกิจกรรมซ่อมเสริม
     3.  บริหารจัดการชั้นเรียน เช่น เลือกเทคนิคกลวิธีการสอน  การจัดสภาพแวดล้อมและบรรยากาศ
ชั้นเรียนให้เอื้อต่อการเรียนรู้
     4.  จัดให้มีการสังเกตการสอนและเยี่ยมชั้นเรียน
     5.  จัดให้มีการติวเข้มทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้  โดยเน้นรูปแบบ “อธิบายข้อสอบเชื่อมโยงองค์ความรู้”
     6.  สังเกตการสอนและ เยี่ยมชั้นเรียน
     7.  จัดกลุ่มทบทวนสะท้อนผลการเรียนของผู้เรียน (AAR) ทุกสัปดาห์ โดยสลับกลุ่มระดับชั้น
และกลุ่มสาระการเรียนรู้

ผลการดำเนินงาน  ผลสัมฤทธิ์และประโยชน์ที่ได้รับ
           โรงเรียนได้มีการพัฒนาคุณภาพงานวิชาการเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน
ให้สูงขึ้นตามเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนด
  
ปัจจัยความสำเร็จ
     1. ผู้บริหาร  ครู และบุคลากรทางการศึกษามีความเข้าใจและมีทิศทางการพัฒนาคุณภาพ
ของงานไปในแนวเดียวกัน
     2.  ครูโรงเรียนห้วยกรดวิทยา ร้อยละ 95 มีประสบการณ์ มีความรู้ ความเข้าใจ 
สามารถนำมาปรับปรุงงานที่รับผิดชอบให้เกิดผลดีได้

บทเรียนที่ได้รับ
     1.  นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6  โรงเรียนห้วยกรดวิทยา ประสบผลสำเร็จในการเรียนสูงขึ้น
     2.  ครูผู้สอนสามารถนำปราบการณ์ ความรู้ ความเข้าใจมาพัฒนาเทคนิควิธีการสอนให้มีประสิทธิภาพ
     3.  งานวิชาการดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยอย่างมีประสิทธิภาพ

ด้านบริหารงานทั่วไป

ชื่อผลงาน การพัฒนากิจกรรมสภานักเรียนโรงเรียนห้วยกรดวิทยา
ชื่อเจ้าของผลงาน  กลุ่มบริหารงานทั่วไป โรงเรียนห้วยกรดวิทยา

ความสำคัญและความเป็นมา
        จากเจตนารมณ์ในการปฏิรูปการศึกษา ที่เน้นให้มีการกระจายอํานาจการบริหารและการจัดการ
ที่ดีตามที่ปรากฏในกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งบัญญัติให้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการและเลขาธิการ คณะกรรมการ
การศึกษาขั้นพื้นฐาน กระจายอํานาจการบริหาร และการจัดการศึกษาทั้งด้านวิชาการ งบประมาณ การบริหารงาน
บุคคล และการบริหารทั่วไป ไปยังสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาโดยตรงการประกาศใช้
พระราชบัญญัติและกฎกระทรวงดังกล่าวย่อมส่งผลโดยตรงต่อการเปลี่ยนแปลงรูปแบบวิธีการบริหารและการจัดการ
โดยเฉพาะในส่วนของสถานศึกษาต่าง ๆ
        ในการจัดการศึกษา ผู้ปกครอง ครู และชุมชน ย่อมมุ่งหวังให้นักเรียนมีคุณธรรม  จริยธรรม มี
กระบวนการในการทำงาน  มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์  มีวิจารณญาณ  คิดไตร่ตรอง และคิด
สร้างสรรค์   มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์  มีจิตสำนึกที่ดีต่อชุมชนและสังคม อนุรักษ์ พัฒนาสิ่งแวดล้อม เห็นคุณค่า
ในศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น  รวมทั้งมีความรู้ความสามารถที่จะศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาได้
        กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน  เป็นกิจกรรมที่จะช่วยพัฒนาคุณลักษณะด้านต่าง ๆ ของนักเรียนได้เป็นอย่างดี
ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544  ได้แบ่งกิจกรรมออกเป็น 2 ลักษณะ คือ  กิจกรรมแนะแนว 
และกิจกรรมนักเรียน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดอย่างเป็นทางการด้วยรูปแบบวิธีการที่หลากหลาย  ในการพัฒนาผู้เรียนทั้ง
ด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ และสังคม  มุ่งเสริมสร้างเจตคติ คุณค่าชีวิต  ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมและ
ค่านิยมที่พึงประสงค์  ส่งเสริมให้ผู้เรียนรู้จัก และเข้าใจตัวเอง  สร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ปรับตัวและปฏิบัติตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ประเทศชาติ และดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข

วัตถุประสงค์
        1.  เพื่อพัฒนาระบบงานกิจกรรมสภานักเรียนโรงเรียนห้วยกรดวิทยา
        2.  เพื่อพัฒนานักเรียนให้มีความกล้าแสดงออกและมีภาวะความเป็นผู้นำ

หลักการและแนวคิดกระบวนการผลิตงานหรือขั้นตอนการดำเนินงาน (วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ)
        เป็นนวัตกรรมที่พัฒนาความเป็นผู้นำของนักเรียน ส่งเสริมความเป็น ประชาธิปไตย  ฝึกทักษะ กระบวนการ
ทำงาน  การทำงานร่วมกับผู้อื่น และส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และคิดสร้างสรรค์ ของนักเรียน โดยใช้
กระบวนการของการเลือกตั้งคณะกรรมการนักเรียน ซึ่งมีขั้นตอนของการดำเนินงาน ดัง ต่อไปนี้
        1)  การวางแผนและเตรียมการ
                1.1  ครูกิจกรรมนักเรียนและคณะกรรมการนักเรียนชุดเก่าประชุมวางแผนดำเนินการจัดการ
เลือกตั้งคณะกรรมการนักเรียน ในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนกุมภาพันธ์  
                1.2  แจ้งให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4  เตรียมตัวสมัครรับเลือกตั้งเป็นคณะกรรมการนักเรียน
โดยผู้ที่ต้องการแข่งขันในตำแหน่งประธานนักเรียนจะรวบรวมคณะทำงานซึ่งเป็นนักเรียนในระดับชั้นต่าง ๆ  ตั้งแต่
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 4  และตั้งพรรคจำนวน 2 พรรค   ตามระเบียบข้อบังคับของการเลือกตั้ง
คณะกรรมการนักเรียนของโรงเรียน     
        2)  ดำเนินการจัดการเลือกตั้ง
                2.1  งานกิจกรรมนักเรียนประกาศรับสมัครรับเลือกตั้งคณะกรรมการนักเรียนและกำหนดวัน
เลือกตั้ง 
                2.2 การหาเสียงและแนะนำสมาชิกพรรค   ผู้สมัครรับเลือกตั้งวางแผนการหาเสียง   แนะนำตัว และ
เสนอนโยบายพรรค โดยระดมความคิด   ในการออกแบบสัญลักษณ์   สโลแกนของพรรค   เลือกรูปแบบการหา
เสียง   จัดทำอุปกรณ์  สื่อ  เพื่อประชาสัมพันธ์    
                2.3  คณะกรรมการนักเรียนชุดเดิมซึ่งเป็นคณะกรรมการเลือกตั้ง ดำเนินการเตรียมสิ่งต่างๆ ต่อไปนี้
                        1)  ทำบัตรเลือกตั้ง
                        2)  เตรียมบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
                        3)  เตรียมหีบบัตรเลือกตั้ง
                        4)  ทำบอร์ดแนะนำผู้สมัครรับเลือกตั้ง
                        5)  แต่งตั้งกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง
                        6)  เตรียมบอร์ดนับคะแนนผลการเลือกตั้ง
                        7)  จัดหน่วยเลือกตั้งบริเวณชั้นล่างอาคารศรีสวรินทิรา  สถานที่เลือกตั้งจะจำลองแบบ
การเลือกตั้ง คือ มีบอร์ดติดรายชื่อผู้สมัคร รายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง คูหาสำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าไปกากบาท
หีบบัตรเลือกตั้ง นาฬิกา บอร์ดนับคะแนน 
                2.4  การลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง นักเรียนทุกคนมีสิทธิในการออกเสียงเลือกตั้ง ตามวิธีการ
ลงคะแนนของการเลือกตั้งผู้แทนราษฎร   โดยจะตรวจรายชื่อ   ลงลายมือชื่อ  พิมพิ์ลายนิ้วมือ รับบัตร  
เข้าคูหาเพื่อกากบาท  และหย่อนบัตรในหีบบัตร   ตั้งแต่เวลา  08.30  น.-  13.00  น. การดำเนินการนับ
คะแนนเสียงจะเริ่มเวลา  14.00  น.   คณะกรรมการฯ จะนับคะแนน ณ เขตเลือกตั้ง มีการขานคะแนน
ขีดรอยคะแนนโดยเปิดเผยต่อนักเรียนคนอื่น ๆ
หัวหน้างานกิจกรรมนักเรียนสรุปรายงานผลการเลือกตั้งต่อผู้อำนวยการโรงเรียน และ
ประกาศผล การเลือกตั้งอย่างเป็นทางการบริเวณหน้าเสาธง   
                2.5  การแต่งตั้งคณะกรรมการนักเรียน หัวหน้าพรรคที่ได้คะแนนเสียงมากที่สุดจะได้รับแต่งตั้งให้
เป็นประธานนักเรียน  
        3)  จัดอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพความเป็นผู้นำของคณะกรรมการนักเรียน และอนุกรรมการนักเรียน
                กลุ่มงานกิจกรรมนักเรียนจัดอบรมให้แก่คณะกรรมการนักเรียนและอนุกรรมการนักเรียน ซึ่งได้แก่ หัวหน้า
ห้องทุกห้องและรองหัวหน้าห้อง  จำนวน 24 คน   เนื้อหาสาระของการอบรม ได้แก่  ความเป็นผู้นำ  เทคนิคการ
ทำงานป็นกลุ่ม  หลักธรรมาภิบาล  และการเขียนโครงการ   ทั้งนี้มีวิทยากรที่เป็นบุคคลจากหน่วยงานภายนอก 
 บุคลากรภายในโรงเรียน  คณะกรรมการนักเรียนชุดเดิม  รวมทั้งอดีตคณะกรรมการนักเรียนที่กำลังศึกษาต่อ   ตั้งแต่
ปีที่ 1- 4  จะถ่ายทอดความรู้  ประสบการณ์  ความเข้มแข็ง  อดทน เสียสละ  แก่คณะกรรมการนักเรียนชุดใหม่ ด้วย
กิจกรรม   “ รุ่นพี่พบน้อง ”
                หลังจากผ่านการอบรมแล้ว  โรงเรียนจะแต่งตั้งคณะกรรมการนักเรียน  มีพิธีมอบเข็มคณะกรรมการนักเรียน
แก่คณะกรรมการนักเรียนชุดใหม่และมอบเกียรติบัตรแก่คณะกรรมการชุดเดิม    เมื่อถึงปีการศึกษาใหม่ 
คณะกรรมการชุดเดิมหมดวาระ   คณะกรรมการชุดใหม่จะเริ่มปฏิบัติหน้าที่
        4)    คณะกรรมการนักเรียน และอนุกรรมการนักเรียน ดำเนินงานตามภาระหน้าที่
                ภาระงานที่คณะกรรมการนักเรียนและอนุกรรมการนักเรียนปฏิบัติ  แบ่งออกเป็น   3   ลักษณะ  ได้แก่
                4.1    ภาระงานประจำวัน
                คณะกรรมการนักเรียนและอนุกรรมการนักเรียนปฏิบัติหน้าที่ ดังนี้
                - ดูแลการมาโรงเรียน การแต่งกาย  และการปฏิบัติตามระเบียบวินัยของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปี
ที่ 1-6  ทุกเช้า ทุกเย็น โดยกรรมการนักเรียนที่มีหน้าที่ ปฏิบัติหน้าที่ในเวลา 6.45 – 8.20 น. และเวลา 
16.00-17.00 น. ณ บริเวณประตูโรงเรียน บันทึกข้อมูลนักเรียนที่ประพฤติผิดระเบียบ เช่น มาสาย แต่งกาย
ผิดระเบียบ ไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร สรุปข้อมูลส่งกลุ่มกิจการนักเรียน เดือนละ 1 ครั้ง
                - ดำเนินการการเข้าแถวเคารพธงชาติ กรรมการนักเรียนที่รับผิดชอบจัดระเบียบแถว ชักธงชาติ
 และนำสวดมนต์ 
                - ตรวจความสะอาด เรียบร้อยของห้องเรียน อาคารเรียน กรรมการที่รับผิดชอบ  แต่ละอาคารตรวจ
ความสะอาดห้องเรียน การปิดไฟฟ้า พัดลม และนักเรียนที่ไม่ลงมาเข้าแถว บันทึกข้อมูลส่งกลุ่มกิจการนักเรียน
สรุปข้อมูลส่งงานสิ่งแวดล้อมของโรงเรียน
                4.2   ภาระงานในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ    โรงเรียนให้โอกาสและส่งเสริม
คณะกรรมการนักเรียนในการเป็นผู้วางแผนและดำเนินกิจกรรมเอง  ได้แก่
                        4.2.1  การปฐมนิเทศ   นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 4 รวมทั้งนักเรียนที่เข้าใหม่
ระหว่างชั้น เข้าค่ายปฐมนิเทศ   ใช้เวลา  3 วัน    โดยพักค้างคืนในโรงเรียน และมีกิจกรรมสร้างความคุ้นเคย 
กิจกรรมเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโรงเรียนและการเรียน รวมทั้งกิจกรรมสันทนาการ
                        4.2.2 วันไหว้ครู   กรรมการนักเรียนทำหนังสือเชิญผู้อำนวยการโรงเรียน และคณะครู
ร่วมประกอบพิธีไหว้ครู จัดสถานที่และประสานงานอนุกรรมการแต่ละห้องในการทำพานไหว้ครู ในวันไหว้ครู ได้
ดำเนินงานด้านพิธีการ เป็นพิธีกร ดูแลความเรียบร้อยของพิธีการ และร่วมเป็นกรรมการตัดสินพานไหว้ครูกับคณะครู
ที่เป็นกรรมการ
                        4.2.3    กิจกรรมการหล่อเทียนพรรษา  และแห่เทียนพรรษา ไปถวายวัดต่าง ๆ นักเรียนคณะสีต่าง ๆ  
จะร่วมพิธีหล่อเทียนพรรษา   และแห่เทียนพรรษา ไปยังวัดที่ได้รับมอบหมายโดยนักเรียนเป็นผู้ปฏิบัติกิจกรรมทุก
ขั้นตอน   คณะกรรมการนักเรียนจะเป็นผู้ประสานงานกับนักเรียนที่เป็นประธานคณะสีทุกสี  ผู้รับผิดชอบแต่ละคณะ
สี จะดำเนินการ ดังนี้
                        -  ติดต่อประสานงานวัดใกล้โรงเรียน  ศึกษาขั้นตอน พิธีการทางศาสนาเกี่ยวกับการถวายเทียนพรรษา
                        - ตกแต่งเทียนพรรษา  ออกแบบขบวนแห่เทียน  จัดเตรียมเครื่องไทยทาน
                        - ดูแล ควบคุม การจัดขบวน และการถวายเทียนพรรษาให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้
                        4.2.4   กิจกรรมการแข่งขันกีฬา และกรีฑาสี    คณะกรรมการนักเรียน ปฏิบัติหน้าที่กรรมการจัดการ
แข่งขันในส่วนของนักเรียน    ทำหน้าที่ประสานงานคณะสีต่าง ๆ  เช่นเดียวกับ            การหล่อเทียน และถวาย
เทียนพรรษา    ดังนี้
                        -  เป็นผู้ช่วยครูปฏิบัติหน้าที่ต่าง ๆ เช่น  ดำเนินการพิธีเปิด พิธีปิดการแข่งขัน  ประชาสัมพันธ์
ระหว่างการแข่งขัน  ควบคุมการแข่งขัน และเป็นผู้ช่วยในการตัดสินกีฬา กรีฑา ประเภทต่าง ๆ
                        -  คณะกรรมการนักเรียนและอนุกรรมการ  ประสานงานกับประธานคณะสี  ใน  การดำเนินงานทุก
อย่างภายในคณะสีของตนเอง   ตั้งแต่การวางแผนการแข่งขัน  การแสดง  ขบวนพาเหรด การฝึกซ้อม   ดำเนินการ
 และประเมินผลการดำเนินการ
        4.2.5  การปัจฉิมนิเทศ คณะกรรมการเป็นผู้ช่วยครู  ดูแลความเรียบร้อยของพิธีการ
        5)  ประเมินผลการทำงาน
                5.1  ภาระงานประจำวัน   ประเมินผลโดยการสังเกต    ครูหัวหน้ากิจกรรมนักเรียนและครูเวรสังเกตการณ์
ปฏิบัติงานของคณะกรรมการนักเรียน  และประชุมสรุปผลการประเมินทุกวันอังคาร
                5.2   ภาระงานในการดำเนินกิจกรรมต่าง  ๆ  ได้แก่  การปฐมนิเทศนักเรียนใหม่  พิธีไหว้ครู  กิจกรรมหล่อ
เทียน และแห่เทียนพรรษา  การแข่งขันกีฬาและกรีฑาสี  การปัจฉิมนิเทศ   ประเมินผลโดยใช้แบบสอบถามความ
คิดเห็นของผู้เกี่ยวข้อง  เช่น   นักเรียน  ผู้ปกครอง  หรือ ครู ที่ปฏิบัติกิจกรรมนั้น  ๆ   ส่วนกิจกรรมสร้างสรรค์สังคม
ประเมินผลจากสภาพจริงทีเกิดขึ้น  
                5.3  หัวหน้ากิจกรรมนักเรียน  คณะกรรมการระบบกิจกรรม  และคณะกรรมการนักเรียน  ประชุมสรุปผล
การดำเนินงาน  เมื่อสิ้นภาคเรียน/สิ้นปีการศึกษา   เพื่อนำผลการประเมินไปปรับปรุง แก้ไข การดำเนินกิจกรรมใน
ภาคเรียน / ปีการศึกษาต่อไป

ผลการดำเนินงาน  ผลสัมฤทธิ์และประโยชน์ที่ได้รับ
        1. นักเรียนได้รับการพัฒนาด้านกิจกรรมตามศักยภาพของตนเองได้อย่างเหมาะสม
        2.  นักเรียนสามารถปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ นอกเหนือจากกิจกรรมการเรียนการสอน เป็นการสร้างทักษะในการ
ดำเนินชีวิตของนักเรียนในด้านการเป็นผู้นำผู้ตามที่ดี และมีความเป็นประชาธิปไตย

  
ปัจจัยความสำเร็จ
        1. การเปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงความสามารถ  ในการดำเนินงานกิจกรรมนักเรียนทุกกิจกรรม โรงเรียน
เปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงความสามารถตามศักยภาพ แสดงความเป็นผู้นำในทุกโอกาสตามความถนัด ความสนใจ
ของนักเรียน โดยให้นักเรียนเป็นผู้วางแผนการดำเนินงาน เป็นผู้ดำเนินการจัดกิจกรรม โดยเน้นการทำงานเป็นทีม 
ยึดหลักประชาธิปไตยในการทำงาน ฝึกให้นักเรียนรู้จักทำงานอย่างเป็นระบบ และเกิดประสิทธิภาพตามเป้าหมาย 
ทำให้นักเรียนมีการพัฒนาด้านความรู้ ความสามารถ และมีประสบการณ์ในการทำงาน ส่งผลให้นักเรียนมีความเชื่อมั่น 
มีความภาคภูมิใจในตนเอง มีความเสียสละเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม สามารถทำงานเป็นทีมและมีความเป็น
ประชาธิปไตย
        2.  การสนับสนุนจากครูและผู้บริหาร   ครูให้คำปรึกษา ดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างเข้าใจ  ผู้บริหารสนับสนุน
และมีส่วนร่วมในทุกกิจกรรมที่นักเรียนดำเนินการ
        3.  การสนับสนุนและการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง  ผู้ปกครองมีส่วนร่วม และส่งเสริมนักเรียนในการทำ
กิจกรรมต่าง ๆ เป็นอย่างดี  เป็นผู้สนับสนุนทั้งด้านค่าใช้จ่าย วัสดุอุปกรณ์ในการทำกิจกรรม และเป็นวิทยากรให้ความรู้

บทเรียนที่ได้รับ
        1.  นักเรียนทุกคนมีศักยภาพที่สามารถพัฒนาได้ ถ้าสถานศึกษาออกแบบการจัดกิจกรรมที่เอื้อให้นักเรียน
แสดงศักยภาพของตนเองในการปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ อย่างเต็มที่ ย่อมทำให้นักเรียนได้มีโอกาสพัฒนาตนเองเต็มตาม
ศักยภาพที่มีอยู่  ดังนั้น โรงเรียนควรเปิดโอกาสและส่งเสริมให้นักเรียนได้แสดงออกซึ่งความสามารถด้านต่าง ๆ
        2. ความสำเร็จในการใช้นวัตกรรม เกิดจากความร่วมมือของทุกฝ่าย คือ ผู้บริหาร ครู นักเรียน ผู้ปกครอง 
และชุมชน
        3. การที่นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ นอกเหนือจากกิจกรรมการเรียนการสอน เป็นการสร้างทักษะในการ
ดำเนินชีวิตของนักเรียนในด้านการเป็นผู้นำผู้ตามที่ดี และมีความเป็นประชาธิปไตย การมีปฏิสัมพันธ์และการร่วมทำ
กิจกรรมระหว่างเพื่อน พี่-น้อง ทำให้เกิดการยอมรับในความสามารถ มีการเอื้อเฟื้อต่อกัน มีความรับผิดชอบ ความ
สามัคคี ซึ่งสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้

ด้านบริหารงานบุคคล

ชื่อผลงาน การพัฒนาการบริหารงานบุคคล
ชื่อเจ้าของผลงาน  กลุ่มบริหารงานงานบุคคล โรงเรียนห้วยกรดวิทยา

ความสำคัญและความเป็นมา
  โรงเรียนห้วยกรดวิทยา เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ในปัจจุบัน ปีการศึกษา 2559 ประสบปัญหาหาขาด
แคลนครู และในปีการศึกษา 2560 จะมีครูเกษียนอายุราชการถึง 4 คน อาคารเรียน ห้องเรียนไม่เพียงพอ การ
บริหารจัดการจําเป็นต้องอาศัยการระดมทรัพยากรจากภายนอก และนําเทคโนโลยีซึ่งเป็นวิวัฒนาการสมัยใหม่เข้ามา
ใช้ในการบริหารจัดการ ซึ่งทําให้โรงเรียนสามารถพัฒนาคุณภาพการศึกษา จนบรรลุเป้าหมาย ผ่านการประเมิน
รับรองคุณภาพการศึกษาจากสํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) รอบที่ 3 ในปี 2555 
อย่างไรก็ตาม การขาดอัตรากําลังบุคลากรโดยเฉพาะในส่วนของข้าราชการครูซึ่งต้องรับภาระรับผิดชอบงานในหลาย 
ๆ ด่าน มีคาบสอนมากกว่าเกณฑ์ปกติและต้องร่วมกับชุมชนในการจัดกิจกรรมภายนอกโรงเรียน ทําให้โรงเรียนต้อง
ปรับปรุงและพัฒนาระบบการบริหารงานบุคคล เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเพื่อ
รองรับการกระจายอํานาจ 

วัตถุประสงค์
                1.  เพื่อพัฒนาระบบการบริหารงานบุคคลโรงเรียนห้วยกรดวิทยา
                2.   เพื่อพัฒนาศักยภาพของครูและบุคลาการทางการศึกษาอย่างเต็มความสามารถ

หลักการและแนวคิดกระบวนการผลิตงานหรือขั้นตอนการดำเนินงาน (วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ)
                1. จัดประชุมปฎิบัติการการพัฒนาองค์กร (0rganization Development)
                2. ศึกษานโยบายและกลยุทธ์การขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเพื่อรองรับการกระจายอํานาจ
                3. จัดทําแผนพัฒนางานบริหารบุคคล
                4. ปฎิบัติตามแผนพัฒนางานบริหารบุคคลซึ่งประกอบด?วย 4 กิจกรรม
                    4.1 วางแผนอัตรากําลัง
                    4.2 ส่งเสริมมาตรฐานวิชาชพและจรรยาบรรณวิชาชีพของบุคลากร
  4.3 พัฒนาศักยภาพและยกย่องเชิดชูเกียรติบุคลากร
  4.4 สร้างเสริมวินัยคุณธรรมและจริยธรรมของบุคลากร
                5. ประเมินผลแผนพัฒนางานบริหารบุคคล
                6. พัฒนาและปรับปรุงแผนพัฒนางานบริหารบุคคลอย่างต่อเนื่อง

ผลการดำเนินงาน  ผลสัมฤทธิ์และประโยชน์ที่ได้รับ
                1. มีแผนพัฒนางานบริหารบุคคลโรงเรียนพะเยาพิทยาคม
                2. มีการบริหารงานบุคคลที่มีประสิทธิภาพ
                3. บุคลากรมีคุณธรรมจริยธรรมและปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ
                4. บุคลากรได้รับการพัฒนาศักยภาพและยกย่องเชิดชูเกียรติ
ปัจจัยความสำเร็จ
                1. บุคลากรของโรงเรียนมีความตั้งใจและให้ความร่วมมือในการทำงานเป็นอย่างดี
                2. ผู้บริหารให้การสนับสนุนและให้ความสำคัญในการพัฒนาบุคลากร
                3. ได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนจากชุมชนและองค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

บทเรียนที่ได้รับ
                1.  ครูทุกคนมีศักยภาพในการดำเนินงานได้เต็มความสามารถหากได้รับงานที่แต่ละคนถนัด
                2. ความสำเร็จในการใช้นวัตกรรม เกิดจากความร่วมมือของทุกฝ่าย คือ ผู้บริหาร ครู นักเรียน ผู้ปกครอง
และชุมชน
Comments